วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)

     เป็น โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียน หรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่ม การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยนี้ ถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ไม่ใช่เป็นครูผู้สอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบ Online ให้นักเรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้
     โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาชีพอื่น ๆ ฯลฯ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปที่ทำความเข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสอนวิธีการใช้งาน ระบบสุริยะจักรวาล โปรแกรมแบบทดสอบวิชาต่าง ๆ


ตัวอย่าง
    
รูปที่ 1 โปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชาเคมี
 
ลักษณะ เด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครง งานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น
 
 
รูปที่ 4 โปรแกรมจัดตารางสอน
โครง งานประยุกต์ใช้งานเป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างผลงานเพื่อ ประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น ซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สำหรับการผสมสี และซอฟต์แวร์สำหรับการระบุคนร้าย เป็นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็นการคิดสร้างสิ่งของขึ้นใหม่ หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ก่อน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนาสิ่งของนั้นๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทำงานหรือทดสอบคุณภาพของสิ่งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้ผู้เรียนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ไฮเปอร์เท็กซ์ ( HyperText )


                            ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) 

ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hypertext) หมายถึง ข้อความหรือกลุ่มของข้อความที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันโดยมีการนำเสนอแบบปฏิสัมพันธ์ โดยการนำข้อความที่ใช้ มาเป็นจุดเชื่อมโยง ซึ่งจะมีลักษณะเด่นกว่าข้อความอื่น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตัวหนา หรือตัวเอียง เป็นต้น

องค์ประกอบของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ประกอบด้วย
พอยต์ (Point) หมายถึง กลุ่มคำ หรือ วลี ที่เป็นข้อความพิเศษ ที่แสดงว่ามีการเชื่อมโยงเกิดขึ้น เช่น การขีดเส้นใต้ การเน้นด้วยสี หรือตัวหนา เพื่อทำให้รู้ว่า เป็น พอยต์ เมื่อผู้อ่านเลื่อนเคอร์เซอร์มาถึงพอยต์ เคอร์เซอร์จะเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์อื่น เช่น รูปมือ
โหนด (Node) หมายถึง กลุ่มคำของข้อมูลที่สัมพันธ์กันหรือเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งในโหนดนั้น อาจมีพอยต์มากกว่าหนึ่งพอยต์ก็ได้ ความหมายของโหนดนั้นไม่สามารถระบุได้ตายตัว โหนดหนึ่งโหนดอาจเปรียบเทียบได้กับเนื้อหาข้อมูลที่เขียนขึ้นมาอยู่บนกระดาษแผ่นเดียวกัน
ลิงค์ (Link)  หมายถึง การเชื่อมโยงเอกสารจากต้นทางไปปลายทาง จำแนกลิงค์ออกได้เป็น 3 ชนิด ประกอบด้วย
  1. ลิงค์ชนิดอ้างถึง (Referential Link)  ใช้สำหรับเชื่อมโยงโดยอ้างถึงโดยตรงระหว่างจุดสองจุด เช่น ปุ่มที่มีข้อความลิงค์ไปข้างหน้า หรือย้อนกลับ
  2. ลิงค์ชนิดแผนภูมิ (Organization Link) มีความคล้ายคลึงกับลิงค์ชนิดอ้างถึง จะแตกต่างกันตรงที่ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโหนดด้วยกันในลักษณะที่เป็นโครงสร้างเป็นชั้นๆ  (ไฮราคี่)
  3. ลิงค์ชนิดคีย์เวิร์ด (Keyword Link) เป็นการนำกลุ่มคำหรือวลีต่างๆ ที่มีความหมายและสัมพันธ์ระหว่างกันมาเชื่อมโยงด้วยวิธีการเดียวกับการลิงค์ชนิดอ้างถึงหรือแผนภูมิ
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์
ประโยชน์ของระบบไฮเปอร์เท็กซ์ นอกจากจะสามารถบริหารจัดการ เชื่อมโยงและติดต่อข้อมูลเพื่อสื่อความหมายอย่างมีปฏิสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและยังสามารถทำให้ผู้ใช้เลือกใช้เส้นทางที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ว่าจะไปข้างหน้าหรือย้อนกลับในเส้นทางเดิมได้และยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้เนื่องจากการทำงานในระบบไฮเปอร์เท็กซ์จะมีการเชื่อมโยงที่ไม่เป็นแนวเส้นตรง เป็นต้น
ปัญหาและแนวทางแก้ไขในระบบไฮเปอร์เท็กซ์
            ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบไฮเปอร์เท็กซ์ ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเกี่ยวข้อกับผู้ใช้งาน ที่มักจะหลงทางเข้าไปติดอยู่ในวังวน และการแสดงผลของข้อมูลที่พบเจอนั้นมีมากจนเกินไป โดยเฉพาะกับระบบที่ออกแบบไว้ยังไม่ดีพอ
ดังนั้นแนวทางแก้ไข คือค้นหาวิธีการดัดแปลงให้เหมาะสมกับการนำเสนอข้อมูล (Presentation) การนำทาง (Navigation) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น


ตัวอย่างรูปเล่มโครงงาน

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โครงงาน ระบบการรู้จำภาพอักษรเบรลล์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

                         โครงงาน ระบบการเรียนรู้จำภาพอักษรเบรลล์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ชื่อผู้ทำโครงงาน

นายณัฐพล ลิ้มวรรณดี , นายสุรัตน์ สุทธิ์ประเสริฐพร
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์โอภาส วงษ์ทวีทรัพย์
สถาบันการศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ระดับชั้น
ปริญญาตรี
หมวดวิชา
คอมพิวเตอร์
บทคัดย่อ
ในปัจจุบันมีผู้พิการทางสายตาจำนวนมากได้รับการส่งเสริมให้มีการศึกษามากขึ้น และผู้พิการเหล่านี้ก็แสดงศักยภาพของตนเองออกมาในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนนิยาย บทกลอน บทความ หรือแม้กระทั่งเอกสารทางวิชาการ ดังนั้นทางผู้จัดทำจึงได้มีการออกแบบ และพัฒนาระบบสำหรับการถอดความอักษรภาพเบรลล์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษทั้งระดับ 1 และระดับ 2 ให้เป็นอักษรภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่ผู้คนทั่วไปอ่านได้โดยง่าย เนื่องจากผู้พิการทางสายตาใช้เอกสารอักษรเบรลล์เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร ทำให้ความคิดของผู้พิการถูกปิดกั้นด้วยข้อจำกัดของภาษา ซึ่งระบบนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้พิการได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ แสดงความคิดเห็น หรือแม้กระทั่งอธิบายข้อมูลต่างๆ ได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลกับปัญหาด้านการสื่อสารอีกต่อไป อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีสายตาปกติทั่วไปได้ทราบถึงความคิดของผู้พิการเหล่านั้นอีกด้วย 
วัน/เดือน/ปี ทำโครงงาน
1 ม.ค. 2554



1.วัตถุประสงค์หลักตอบคำถาม

-  เพื่อสรางโปรแกรมในการรูจําภาพเอกสารอักษรเบรลลไปเปนเอกสารภาษาไทย และภาษาอังกฤษ- ไดระบบรูจําภาพอักษรเบรลลที่สามารถตีความภาพอักษรเบรลลไปเปนเอกสาร ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษได- เปดโอกาสใหทุกคนที่ตองการที่จะเขาใจเอกสารภาษาเบรลลไดทราบขอมูลของเอกสารนั้น- ผูพัฒนาไดรับความรูความเขาใจ และทักษะการพัฒนาโปรแกรมทางดานการประมวลผลภาพดิจิตอลเบื้องตน และดานการรูจําภาพอักษรเบรลล์



2.อุปกรณ์ที่ใช้

- หนวยความจํา (Memory) 496 MB, ฮารดดิสก(Hard disk) ขนาด 60 GB- หนวยประมวลผลการ Pentium 4 ความเร็ว 2.66 GHz- ซีดีรอม (CD-ROM) ความเร็ว 52x - หนาจอ (Monitor), เมาส (Mouse), คียบอรด (Keyboard), เครื่องสแกนเนอร(Scanner) 




3.โปรแกรมที่ใช้

- ภาษาที่ใชในการเขียนโปรแกรมคือ Visual Basic.NET 2005 - ระบบปฏิบัติการ Microsoft Window XP Professional 2006 V.9 - โปรแกรมที่ใชจัดการกับอักษรเบรลลคือ Thai-Braille Translate 2.0 - โปรแกรมที่ใชจัดการเกี่ยวกับรูปภาพคือ Adobe Photoshop CS - โปรแกรมพจนานุกรมภาษาไทย และภาษาอังกฤษที่ใชคือ LEXiTRON Program         Version 2.1 - ระบบฐานขอมูลที่ใชคือ Microsoft Office Access 2007




4.ประโยชน์ของโครงงาน

- ประโยชน์ของโครงงานนี้คือ สามารถรับภาพอักษรเบรลลนามสกุลเจเพ็ก (*.jpg) จากผูใชและแปลเปนขอความภาษาไทยระดับ 1, ภาษาอังกฤษระดับ 1, ภาษาไทยระดับ 2 และภาษาอังกฤษระดับ 2  อีกทั้งยังสามารถรับภาพจากเครื่องสแกนเนอรแลวนํามาแปลเปนขอความภาษาไทยระดับ 1, ภาษาอังกฤษระดับ 1, ภาษาไทยระดับ 2 และภาษาอังกฤษระดับ 2 ได้อีกด้วย